5 บริษัท Startup ที่เริ่มต้นจากไอเดียที่แทบไม่ต้องใช้เงินทุน

ทุกวันนี้ บริษัท Tech Startups หลายๆแห่ง มีแนวโน้มมากขึ้น ที่จะใช้ ผลิตภัณฑ์เบื้องต้น (Minimum Viable Product, MVP) ในการเริ่มต้นสร้างผลิตภัณฑ์ด้าน Software ให้ประสบความสำเร็จ  เนื่องจากผลิตภัณฑ์เบื้องต้นที่ดี จะช่วยให้คุณเรียนรู้กระบวนการอย่างรวดเร็ว

ก่อนจะเริ่มธุรกิจ เราไม่ควรตั้งคำถามแค่เพียงว่าจะ “สร้างอย่างไร” แต่ยังควรตอบคำถามให้ได้ด้วยว่า “ทำไมถึงควรสร้าง” เพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านธุรกิจอีกด้วย

Eric Ries ได้เขียนไว้ในหนังสือ Lean Startup เกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์เบื้องต้นเอาไว้ว่า

“เมื่อคุณตั้งสมมติฐานไว้ในแผนธุรกิจของคุณ การทดสอบความเสี่ยงที่เลวร้ายที่สุดก่อนสิ่งอื่นนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง ถ้าคุณไม่สามารถหาทางลดหรือเลี่ยงความเสี่ยงเหล่านั้นก่อนจะไปถึงจุดที่ธุรกิจตั้งตัวได้ การทดสอบอื่นก็เปล่าประโยชน์”

สำหรับบริษัท startups ส่วนใหญ่ ความเสี่ยงที่แย่ที่สุดคือ การไม่มีตลาดรองรับ หรือ ไม่มีใครซื้อสินค้าของพวกเขา และผลิตภัณฑ์เบื้องต้น คือ สิ่งที่จะช่วยให้คุณพบคำตอบในการลดหรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเหล่านั้น

ในบทความนี้ เราจะลองมาดู 5 ตัวอย่างบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการสร้างผลิตภัณฑ์พื้นฐานอย่างถูกต้อง และเริ่มปล่อยผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดจะได้รับความนิยม

1. Dropbox

เชื่อหรือไม่ว่า Dropbox บริการเก็บไฟล์ออนไลน์ที่เราใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้ เริ่มสร้างธุรกิจ โดยไม่มีแม้แต่การสร้างผลิตภัณฑ์ตัวจริง

Dropbox เริ่มต้นจาก Drew Houston ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Dropbox ต้องหาทางทดลองพิสูจน์ “ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ” ให้กับนักลงทุน จึงทำให้เขาพยายามหาทางรวบรวมผลตอบรับจากผู้ใช้งานมายืนยัน แต่แทนที่พวกเขาจะเสียค่าใช้จ่ายในการเช่า server และ network ต่างๆ โดยยังไม่รู้ว่ามีคนอยากใช้มันหรือไม่ เขาตัดสินใจจะทำอย่างอื่นแทน นั่นก็คือ สร้างวีดีโออธิบายการใช้งาน แล้วบอกต่อหรือแชร์ให้กับผู้คนรอบข้างในเครือข่ายของพวกเขา เพื่อทดสอบผลตอบรับว่าเป็นอย่างไร

และผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ มีคนลงทะเบียนเพิ่มขึ้นจาก 5,000 เป็น 75,000 คน เพียงข้ามคืน โดยที่ไม่มีแม้แต่ผลิตภัณฑ์ของจริง

วีดีโอนี้ ถือเป็นการทดสอบตลาดและพิสูจน์ความเป็นไปได้ ก่อนที่จะลงทุนในการสร้างผลิตภัณฑ์เลยเสียอีก และยังช่วยดึงดูดลูกค้า โดยให้ลูกค้าเห็นภาพชัดเจน ว่าผลิตภัณฑ์จะช่วยเหลือและมีประโยชน์กับพวกเขาอย่างไรบ้าง พร้อมให้เหตุผลว่าทำไมพวกจึงควรจะจ่ายเงินซื้อมัน

 

2. Airbnb

Airbnb บริการให้เจ้าของที่พักปล่อยเช่า ที่ได้รับความนิยมจนมีผู้ใช้งานปล่อยเช่าทั่วโลก เริ่มต้นจากการหาเงินค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ไม่ได้

Airbnb ได้เริ่มต้นในปี 2007 โดย Brian Chesky และ Joe Gebbia ต้องการจะทำธุรกิจ แต่พวกเขาไม่สามารถจ่ายค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ใน San Francisco ได้ ในช่วงนั้นก็ได้มีงานสัมมนาการออกแบบที่กำลังจะจัดขึ้นในเมือง พวกเขาจึงตัดสินใจปล่อยเช่าห้องชั้นบนของพวกเขาในราคาถูก สำหรับผู้เข้าร่วมสัมมนาที่ไม่สามารถหาโรงแรมได้ทันเวลา พวกเขาถ่ายรูปอพาร์ตเมนต์ และใส่ไว้บนเว็บไซต์ที่เรียบง่าย หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีแขกมาพักอาศัยจำนวน 3 คนในช่วงสัมมนา

airbed-and-breakfast

จากการได้ใกล้ชิดกับลูกค้า ทำให้พวกเขาได้ข้อมูลที่มีค่าอย่างยิ่ง นั่นก็คือ สิ่งที่ลูกค้าต้องการ จากนั้น พวกเขาก็ได้ตั้งสมมติฐานว่า ผู้คนไม่เพียงยินยอมจ่ายเงินให้กับโรงแรมเท่านั้น แต่พวกเขายังยอมจ่ายเพื่ออาศัยในบ้านคนอื่นด้วยเช่นกัน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Airbedandbreakfast ที่เปลี่ยนมาเป็น Airbnb ในปัจจุบัน

3. Groupon

Groupon เว็บไซต์ขายคูปองลดราคาที่โด่งดังและมีดีลหลากหลายมากมาย ทั้งร้านอาหาร ร้านค้า ก็เริ่มจากการลองผิดลองถูกด้วยเว็บ The Point

เริ่มต้นจากการที่ Andrew Mason ได้เปิดเว็บไซต์ที่ชื่อ The Point เพื่อเป็น platform ที่ช่วยดึงดูดผู้คนมาร่วมด้วยช่วยกันทำในสิ่งที่พวกเขาไม่อาจทำได้เพียงลำพัง เช่น การระดมทุน (น่าจะคล้ายๆ kickstarter, indiegogo ในปัจจุบัน) หรือ คว่ำบาตรผู้ค้าที่เอาเปรียบ แต่เว็บไซต์ในตอนนั้นยังไม่สามารถดึงดูดคนได้มากนัก พวกเขาจึงหันไปลองทำอย่างอื่นแทน

groupon_mvp

พวกเขายังคงใช้ domain (ชื่อเว็บไซต์) เดิม แล้วสร้าง Blog ที่ชื่อ “The Daily Groupon” โดยใช้ WordPress จากนั้นก็ค่อยๆโพสคูปอง (deal) ลงในทุกๆวันด้วยตัวเอง เมื่อมีคนลงทะเบียนซื้อคูปอง พวกเขาก็จะทำสร้างไฟล์เอกสาร PDF ขึ้นมา แล้วส่งอีเมลล์ด้วย Apple Mail

พวกเขาไม่ได้หมดเวลาไปกับการสร้างระบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือ ออกแบบเว็บไซต์ใหม่ แต่พวกเขาสร้างผลิตภัณฑ์พื้นฐานแบบทีละเล็กละน้อยเพื่อทดสอบว่ามีผู้คนสนใจซื้อคูปองหรือไม่

แม้ว่าการสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress ธรรมดาๆ และใช้ไฟล์เอกสาร PDF ส่งอีเมลล์ จะไม่ได้เป็นระบบที่รองรับการเติบโตนัก แต่การทดสอบผลิตภัณฑ์ของพวกเขาก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการช่วยตอบคำถามความเป็นไปได้ทางธุรกิจของพวกเขา

4. Buffer

Buffer เว็บไซต์ที่ช่วยให้คุณจัดตารางเวลาในการโพสต์ Social Media ต่างๆล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Google+ จนมีผู้ใช้นับล้าน โดยเริ่มจากการทำเว็บไซต์ง่ายๆ เพียง 3 หน้า

Joel Gascoigne ผู้ก่อตั้งของ Buffer นั้น ไม่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคนต้องการใช้ เขาจึงเริ่มทดลองอย่างง่ายๆ โดยสร้าง Landing Page (เว็บไซต์ง่ายๆที่มีเพียงหน้าเดียว) เพื่ออธิบายว่า Buffer คืออะไร ทำงานอย่างไร และสร้างปุ่ม “แผนและราคา” (Plans and Pricing) ไว้ข้างๆ

เมื่อผู้ใช้คลิกแล้ว จะมีข้อความขึ้นมาว่า พวกเขายังไม่พร้อมจะเปิดการใช้งานในทันทีและควรลงทะเบียนเอาไว้เพื่อรับข้อมูลข่าวสาร Joel ได้ใช้ e-mail ที่รวบรวมจากการสมัครลงทะเบียนเพื่อพูดคุยกับผู้ที่ลงทะเบียน และรวบรวมผลตอบรับและข้อมูล (feedback and insight) ของลูกค้าว่าพวกเขาต้องการอะไร

Buffer-MVP

จากนั้น พวกเขาก็ทดสอบต่อไปว่า ผู้คนจะยอมจ่ายเงินเพื่อใช้บริการหรือไม่ โดยในครั้งนี้ ปุ่ม “แผนและราคา” จะแสดงตารางราคาขึ้นมา ก่อนจะไปยังหน้าข้อความลงทะเบียน การทดสอบตลาดในครั้งนี้ ช่วยให้เห็นว่าผู้เข้าชมที่จะยอมจ่ายค่าบริการจริงๆมากเพียงใด นอกจากนี้ ยังช่วยให้พวกเขาวางแผนปรับแต่งการใช้งานต่างๆได้อีกด้วย

Buffer-MVP-2

https://blog.bufferapp.com/idea-to-paying-customers-in-7-weeks-how-we-did-it

 

5. Zappos

บริษัทขายรองเท้าออนไลน์ ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้คนซื้อไว้วางใจการซื้อรองเท้าออนไลน์ บริษัทมียอดขายกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และได้ถูกควบรวมกิจการไปโดย Amazon ในราคา 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2009

successful_mvp_05

ในปี 1999 Nick Swinmurn ผู้ร่วมก่อตั้ง เพียงต้องการสร้างร้านค้าออนไลน์ที่มีรองเท้ามากมายให้เลือก โดยการตระเวนถ่ายรูปรองเท้ามากมายจากร้านค้าในท้องถิ่นของเขา เพื่อใส่มันไว้บนเว็บไซต์ของเขา และหากมีคนสั่งซื้อ เขาก็จะกลับไปที่ร้านเพื่อซื้อไปส่งลูกค้า

แทนที่เขาจะลงทุนในการพัฒนาระบบและสินค้า การทดสอบตลาดทำให้พวกเขาทราบว่าสินค้าของพวกเขาจะเป็นที่ต้องการในตลาดหรือไม่

Sources:

http://speckyboy.com/2014/10/01/successful-minimum-viable-products/

https://blog.bufferapp.com/idea-to-paying-customers-in-7-weeks-how-we-did-it

Advertisements