3 คุณสมบัติที่ดีของตัวเลขที่ใช้วิเคราะห์ธุรกิจ

กฎง่ายๆอย่างหนึ่งของการหาตัวเลขในการวิเคราะห์และประเมินก็คือ หากมันไม่ช่วยให้คุณวางแผน ตัดสินใจ หรือเปลี่ยนแปลงได้ มันก็คงไม่ได้เป็นตัวเลขที่มีประโยชน์ ลักษณะของตัวเลขในการวิเคราะห์ที่ดีก็คือ

1. ทำความเข้าใจได้ – หากคุณต้องเสียเวลาเพื่ออธิบายตัวเลข ผู้คนจะถามว่าตัวเลขคืออะไร แทนที่จะถามเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ คุณจะไม่มีเวลาใช้ข้อมูลเพื่อลงมือทำจริง

2. ใช้เปรียบเทียบได้ – ตัวเลขในการประเมิน ควรใช้เปรียบเทียบเพื่อให้รู้ว่า เรากำลังไปได้ดีหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น

  • เปรียบเทียบตามช่วงเวลา – เทียบกับสัปดาห์ เดือน ปี ที่ผ่านมา ว่าเรามีการเติบโตหรือไม่
  • เปรียบเทียบกับมาตรฐาน หรือ คู่แข่ง – เพื่อดูข้อดีข้อเสียที่เราต้องปรับปรุง

3. มักเป็นอัตราส่วน – ตัวเลขที่ดี มักจะช่วยให้เราเห็นผลกระทบระหว่าง 2 สิ่งในบริษัท เช่น หากเราต้องการเพิ่มค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มยอดขาย ก็ควรดูว่าสามารถเพิ่มยอดขายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายหรือไม่ เพื่อง่ายต่อการเข้าใจ เปรียบเทียบ และใช้ในการตัดสินใจ

4. ช่วยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคุณ – หากคุณติดตามดูตัวเลขแล้วไม่มีช่วยให้มีอะไรเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นหรือวางแผนได้ชัดเจนขึ้น ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะเราไม่ได้ต้องการดูตัวเลขเพื่อให้หลอกตัวเองว่ากำลังทำงานอยู่ แต่เราต้องการดูตัวเลขเพื่อการตัดสินใจว่าจะทำอะไร เช่น ควรเพิ่มการตลาดหรือลดค่าใช้จ่าย ควรหาลูกค้าเพิ่มหรือให้ลูกค้าเดิมมีการซื้อเพิ่ม

good quality of metrics

simplest rule of metric

ตัวอย่างหนึ่งของตัวเลขที่มีประโยชน์ในธุรกิจ คือ อัตราซื้อซ้ำ

ถ้าคุณอยู่ในธุรกิจซื้อขายสินค้า อัตราการซื้อซ้ำ เป็นหนึ่งในตัวเลขที่สำคัญที่มักถูกมองข้ามไป

ในตัวอย่างสมมตินี้ จะประเมินจากจำนวนลูกค้า 100 คน มีกี่คนที่กลับมาซื้อสินค้าของเราอีกครั้ง ภายในระยะเวลา 90 วัน

หากมีคนซื้อซ้ำ

ต่ำกว่า 15 คน คุณควรมุ่งไปที่การหาลูกค้าใหม่มากกว่าการพยายามให้ลูกค้าซื้อซ้ำ และให้ลูกค้ายอมจ่ายในราคาที่สูง เพื่อได้รับประสบการณ์ที่ดีเป็นพิเศษ และให้เกิดการบอกต่อ เช่น ธุรกิจขายแหวนแต่งงาน (ซึ่งคงไม่มีใครซื้อบ่อยๆ) ควรมีบริการหลังการขายที่ดี เพื่อให้ลูกค้าบอกต่อ

มากกว่า 30 คน คุณอาจอยู่ในธุรกิจที่ลูกค้าซื้อประจำ เช่น ร้านอาหาร คุณจึงควรมุ่งไปที่การให้รักษาฐานลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำบ่อยๆ เช่น การให้สิทธิพิเศษลูกค้าประจำ

15-30 คน คุณอาจขายสินค้าที่มีการซื้อซ้ำ แต่ไม่บ่อย เช่น รองเท้า เสื้อผ้า คุณจึงควรเน้นทั้งการหาลูกค้าใหม่ และรักษาลูกค้าเก่า ควบคู่กันไป

retention

อัตราการซื้อซ้ำ จึงเป็นตัวอย่างที่ดี ของตัวเลขที่ใช้ในการวิเคราะห์ประเมิน และมีความสำคัญกับธุรกิจ ในการให้คุณวางแผนการตลาดได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา: Slideshare Lean Analytics

Advertisements